เมื่อพูดถึงการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ หลายคนนึกถึงการใช้รถ EV ติดโซลาร์เซลล์ หรือลดการบินระหว่างประเทศ แต่น้อยคนที่จะนึกถึงงานพิธีกรรม ทั้งที่ในความเป็นจริง งานศพหนึ่งงานในไทยสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าที่คิด
คาร์บอนจากงานศพมาจากไหน
แหล่งคาร์บอนหลักในงานศพแบบดั้งเดิมมีหลายส่วน ได้แก่
- การเผาศพ — การเผาศพหนึ่งครั้งปล่อย CO₂ เฉลี่ย 160-400 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับเตาและเชื้อเพลิง
- การเผาพวงหรีด — พวงหรีดดอกไม้สดและโฟม 50 วงอาจสร้างขยะกว่า 200 กิโลกรัม และเมื่อเผาจะปล่อยทั้ง CO₂ และสารพิษ
- การเดินทางของแขก — แขกหลายร้อยคนที่เดินทางมาร่วมงานสร้างคาร์บอนจากการขนส่ง
- อาหารและบรรจุภัณฑ์ — อาหารที่เหลือทิ้งและภาชนะพลาสติก รวมถึงพลังงานที่ใช้ในการประกอบอาหาร
- ดอกไม้นำเข้า — ดอกไม้สดนำเข้าจากต่างประเทศมีคาร์บอนจากการขนส่งทางอากาศ
PM 2.5 กับการเผาพวงหรีด
นอกจาก CO₂ แล้ว การเผาพวงหรีดโฟมและพลาสติกยังปล่อย PM 2.5 และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง โดยเฉพาะในพื้นที่ปิดหรือมีอากาศถ่ายเทไม่ดี ค่า PM 2.5 บริเวณที่เผาพวงหรีดอาจสูงกว่าค่ามาตรฐานหลายเท่า
ลดได้เท่าไรถ้าเปลี่ยนมาใช้พวงหรีดรักษ์โลก
การเปลี่ยนพวงหรีดดอกไม้สด 1 วง เป็นพวงหรีดรักษ์โลกช่วยลด
- ขยะอินทรีย์ 3-5 กิโลกรัมที่ต้องทิ้งหรือเผา
- โฟมและพลาสติก 200-500 กรัมจากโครงพวงหรีด
- PM 2.5 และ CO₂ จากการเผา
- คาร์บอนจากการขนส่งดอกไม้นำเข้า
หากงานศพหนึ่งงานที่มีพวงหรีด 50 วงเปลี่ยนมาใช้พวงหรีดรักษ์โลกทั้งหมด สามารถลดขยะได้มากกว่า 200 กิโลกรัมในวันเดียว
ทางเลือกอื่นที่ช่วยลดคาร์บอนในงานพิธี
- เลือกเตาเผาที่มีระบบกรองมลพิษทันสมัย
- ใช้ดอกไม้จากเกษตรกรท้องถิ่นแทนการนำเข้า
- ลดปริมาณอาหารที่เหลือด้วยการวางแผนล่วงหน้า
- ประสานงานการเดินทางร่วมกันสำหรับแขกในพื้นที่เดียวกัน
- ใช้ QR Code แทนสิ่งพิมพ์กระดาษ
ก้าวเล็กๆ ที่มีความหมายใหญ่
ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในงานพิธีได้ในคราวเดียว แต่การเริ่มต้นจากสิ่งที่ทำได้ทันที เช่น การเลือกพวงหรีดรักษ์โลก ก็ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเราใส่ใจต่อผลกระทบของการกระทำในทุกวัน รวมถึงในวันที่เราต้องบอกลาคนที่รัก
การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่มีวันหยุด แม้แต่ในวันที่เศร้าที่สุด นั่นคือสิ่งที่ Less is More เชื่อมาตลอด
